#THK_COMMU อีเวนต์ที่ 8 (แจ้งอีเวนต์ล่วงหน้า)
สายรุ้งหลากสี บูธต่าง ๆ ตามห้องเรียนและกลางแจ้ง กลุ่มนักเรียนและอาจารย์รวมตัวจัดงาน ช่วงเวลาวันวัฒนธรรมมาถึงแล้ว!
แท็กประจำอีเวนต์ #THK_EVENT08 #THK_วันวัฒนธรรม
รายละเอียด : bit.ly/4497dDZ
ระยะเวลาการเล่นอีเวนต์ : 22 มิถุนายน - 5 กรกฎาคม (เล่นย้อนหลังได้ตลอดเวลา)
"เหมือนจะเริ่มแล้วสินะ"
เสียงพึมพำเบาๆ พร้อมกับดวงตาทั้งสองหรี่ลงเล็กน้อย ในกรณ๊ที่กองไฟนั้นโหมขึ้นมาสูงกว่าที่คิด
เธอเห็นเขาที่เงยหน้าขึ้นมาจากสมุดจดเพื่อมองไปยังลานพิธีนั้นโดยตรง ปล่อยให้สมาชิกผู้ประกิบพิธีเริ่มกำหนดการของพวกเขาไปอย่างเงียบงัน
เธอไม่ได้ตอบกลับคำพูดของเขา สายตายังคงจับจ้องไปยังลานพิธี
สายตาเหลือบมองคนที่มาด้วยเล็กน้อย คงเพราะเขามีเป้าหมายที่ต้องการอย่างชัดเจนขณะที่เธอแค่ผ่านมาเฉยๆเท่านั้น
เสียงสายลมเย็นๆพักผ่านเข้ามา จนเธอต้องหันไปตามทางลมแต่กลับไม่พบอะไร
"ลมเย็นดีนะคะ"
คงรู้อยู่แล้วว่ามีบางอย่างผิดปกติ...แต่จะให้พูดทักคงไม่ได้ จะถอยหลังก็คงไม่ได้่เช่นกัน จะเกิดอะไรก็คงต้องปล่อยแล้วล่ะ
แน่นอนว่าเธอไม่ได้ทำอะไรแบบนั้น แต่ชอบเก็บไว้เป็นภาพในความทรงจำมากกว่า ไม่อย่างนั้นคงไม่ขึ้นมาถึงบนนี้
พูดถึงสิ่งที่จะเกิดขึ้น ตอนนี้คงไม่มีใครจะลองคาดเดาได้ทั้งนั้น
"เรื่องนั้นปล่อยให้เป็นสิ่งที่พวกเขาจะเลือกเถอะค่ะ"
"คุณมาที่นี่เพื่อจดบันทึกนี่นา"
เธอเอนหลังพิงต้นไม้สายตามองไปยังลานพิธี มืออีกข้างถือผ้าคลุมไว้ ถ้าจุดไฟขึ้นมาคงจะกองใหญ่พอสมควร คงจะไม่เป็นอะไรหรอก
เธอฟังเขาอธิบายสิ่งต่างๆโดยที่สายตาไม่ละออกจากลานพิธีเลย ที่บอกว่าคนทั่วไปไม่มีสิทธิ์ได้ดูแปลว่าเรากำลังแอบดูอยู่งั้นเหรอ?ก็คงจะเป็นอย่างนั้นแหละ
"วิญญาณพวกนั้นอยากไปจริงๆเหรอคะ?"
"ถ้าได้รับการปลดปล่อยก็คงดีสินะ"
เป็นคำถามที่จู่ๆก็นึกขึ้นมา ก่อนจะหันกลับมามองเขาหยิบสมุดกับปากกา...การจดบันทึกก็เป็นสิ่งหนึ่งที่เก็บบางอย่างไว้ในความทรงจำได้
เธอชะโงกหน้ามองลานพิธีเล็กน้อย เหมือนจะเริ่มสนใจแล้วล่ะ
"นึกว่าจะเข้าไปยืนดูนะคะเนี่ย..."
เธอพูดเสียงเบากลัวว่าจะมีใครได้ยิน แต่ก็ปิดท่าทีที่ดูตื่นเต้นผิดปกติเหมือนกำลังเจอเรื่องสนุกอยู่ไม่ได้
"คุณดูคุ้นเคยกับแถวนี้นะคะ แบบนี้ถ้าวิ่งกลับคงนำทางได้"
ไม่รู่ว่าพูดจริงหรือเปล่า แต่ที่ว่าวิ่งกลับคงเป็นเรื่องยากสำหรับเธอ ก็ไม่ใช่ว่าไม่ควรลอง
เธอรู้สึกได้ว่าระยะก้าวของเขาสั้นลงตามการก้าวเดินของเธอ ซึ่งมันดู...แปลกสำหรับโฮริโคชิ สองเท้ายังก้าวต่อไป
เมื่อเขาส่งสัญญาณมือให้หยุด เธอแอบมองลอดผ่านพุ่มไม้ไป พึ่งเคยเห็นว่าลานพิธีเป็นแบบนี้
เธอกึ่งเดินกึ่งย่องตามเขาก่อนจะไปอยู่หลังพุ่มไม้ข้างๆเขาเช่นกัน...
ท่าทีของเขาเหมือนคุ้นชินกับที่แห่งนี้อยู่แล้ว ควรจะคิดว่ามันปกติหรือยังไงนะ?
ความรู้สึกที่เหมือนมีลมไหววูบผ่านไปนั้นทำเอาเธอขนลุกไม่น้อย ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้พูดอะไร
เธอเร่งฝีเท้าขึ้นไปเดินข้างๆเขาสายตากงาดมองไปยังทางเดินที่บีบแคบลง
"แค่ไม่ให้โดนคนจับได้ก็พอแล้วล่ะค่ะ"
"อย่างอื่นค่อยเอาตัวรอดทีหลัง"
ฟังสิ่งที่เขาพูดแล้วก็พยักหน้าเล็กน้อย ที่ว่าต้องระวังหากเขาพูดออกมาเองก็คงต้องเป็นแบบนั้น
เธอเงยหน้ามองทองฟ้าครู่หนึ่ง ไม่รู้ง่าควรจะตัดสินมะนว่าแปลกหรือไม่ จนเสียงของเขาทำให้เธอละความสนใจจากมัน
เธอเว้นจังหวะครู่หนึ่งเหมือนทวนคำพูดของเขา
"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นจริงๆนะคะ"
เสียงของเธอดูไม่มั่นใจเท่าไหร่ แต่ไม่ใช่ความกังวลอะไรแบบนั้นหรอก มันเหมือนกับ...ลังเลมากกว่า
เธอไม่รู้ว่าเขาต้องการคำตอบแบบไหน เพียงตอบไปตามที่ตัวเองคิกเท่านั้น สายตายังคงจับจ้องไปที่ทางเดินตรงหน้า
“ไม่ว่าคุณจะขึ้นไปทำอะไรบนนั้น…”
“ฉันจะพยายามไม่วุ่นวายแล้วกันนะคะ”
เธอหันไปมองข้างหน้า แม้จะยังเห็นเพียงเงาเคลื่อนไหวของเขาในม่านหมอก แต่รู้แน่ว่าอีกฝ่ายได้ยิน
เธอก้าวตามเขาไปช้า ๆ แผ่นหลังกว้างของเขา กลายเป็นเส้นนำทางท่ามกลางหมอกที่หนาแน่นขึ้นทุกที
การกระทำของเขาอยู่ในสายตาของเธอ แค่ไม่ได้พูดอะไรเท่านั้น และเมื่อได้ยินคำถามของเขา ก็ทำให้เธอแปลกใจเล็กน้อย
“ก็… ถ้ามาคนเดียว คงกังวลล่ะมั้งคะ”
“แต่ฉัน...ครั้งนี้ไม่ได้อยู่คนเดียว รู้สึกเฉย ๆ ค่ะ”
“อีกอย่าง ฉันไม่กลัวความมืดหรอกค่ะ”
“สิ่งที่อยู่ในความมืดต่างหาก ที่น่ากังวล”
สายตาเธอตามไปยังแผ่นหลังของชายหนุ่มที่เริ่มออกเดิน เธอค่อยๆก้าวเดินตามเขาไป
สายตาหันกลับไปมองชายขระอีกครั้ง นั่นคงเป็นคำเตือนสินะ แต่ใบหน้านั้นกลับยิ้มเสียอย่างนั้น
เธอไม่ได้พูดอะไรแต่พยักหน้าให้ครั้งหนึ่งแล้วก้าวเดินต่อไป
เธอมองมือของตัวเองที่จับชายผ้าคลุม ใช่—แค่นี้คงไม่กันกอลไฟไม่ได้ แต่เธอคงไม่คิดจะเอาไปทำอะไรแบบนั้นหรอก
“อย่างน้อยก็ไม่ต้องมองดวงไฟนั่นก็พอแล้วค่ะ”
เสียงเธอไม่เบานัก แต่ก็ไม่ได้แกร่งกล้าถึงขั้นท้าทาย ราวกับคนที่รู้ขีดจำกัดของตัวเองดี และยอมรับมัน...โดยไม่หวั่นไหว
ราวกับเป็นคำตอบกลาย ๆ ก่อนจะหันไปพยักหน้ากับชายชราที่เอาแต่ยิ้มไม่หยุด
"ถ้าไม่น่าสนใจคุณคงไม่มาที่นี่หรอกค่ะ"
ครั้งนี้เธอหันไปพูดกับเขา
"ถ้ามีอะไรเกิดขึ้นก็ดีกว่าไปคนเดียวนะคะ"
เธอปกป้องใครไม่ได้หรอก อย่างน้อยก็ไปเป็นพยานน่ะ...
เธอยืนมองชายทั้งสองที่เหมือนจะคุยกัน...หรือไม่ เธอก็ไม่แน่ใจนัก
น้ำเสียงที่ว่าพิธีบนเขานั้น 'ไม่น่าสนใจ' แต่ก็ออกมาเดินแถวนี้
เธอปรายตามองไปยังเส้นทางที่ทอดขึ้นไปบนเขา เธอไม่ได้กลัว แค่กำลังคิดถึงสิ่งที่พอจะเป็นไปได้
เธอปรายตามองไปยังเส้นทางที่ทอดขึ้นไปบนเขา
“แบบนั้นคงจะสว่างมากเลยสินะคะ…”
“ฉันเอาผ้าคลุมมาค่ะ”
ชาวงใกล้ค่ำเป็นช่วงเวลาที่เหมาะจะออกมาเดินเล่นสำหรับคนที่ไม่สามารถเดินกลางแสงสว่างได้แบบเธอ
เธอไม่ได้ตั้งใจจะได้ยินเสียงคุยกันหรอก แต่มันได้ยินแล้ว และอดสงสัยไม่ได้จึงได้เดินตามเสียงมา
"คุณชิโรกาเนะ..."
"จะขึ้นไปเหรอคะ?"
เธอพูดขึ้นเบาๆ ไม่ได้อยากจะขัดจังหวะการคุยกันของทั้งสองคน แน่นอนว่าเธอรู้ว่ามีพิธีกรรมแปลกๆด้านบนเขาแต่ไม่เคยขึ้นไปเลยสักครั้ง
[แจ้งเตือนเกี่ยวกับอีเวนต์กีฬาสี]
ดอคอีเวนต์ : bit.ly/3Fpygmf
💚เสนอชื่อประธานสี : forms.gle/L4kRF6q5NSoc...
🤍ลงชื่อนักกีฬา : forms.gle/e4rs4WYUjpKk...
*รายละเอียดต่าง ๆ แจ้งไว้ในฟอร์มแล้ว
ชีตรวมรายชื่อ : bit.ly/45nYSOT
อ่านต่อด้านล่าง
(มาเลยคั--)
(ผมรู้ว่าเราพึ่งเจอกันไปแต่...🚩👉👈)
แสงไฟกระพริบจากซุ้มต่าง ๆ ที่เบลอเป็นวงแสงข้างหน้า มันรู้สึกแปลกที่มีใครสักคนเดินข้างเธอในบรรยากาศแบบนี้ แต่ก็ไม่ได้รู้สึกไม่เป็นตัวของตัวเอง
"ฉันเคยบอกไว้ว่าถ้าคุณอยู่เป็นเพื่อน ฉันจะตอบแทน..."
เธอเอ่ยขึ้นขณะยังจ้องไปข้างหน้า ไม่หันไปมองเขาเธอแค่ไม่ชอบติดหนี้บุญคุณใครเท่านั้น แต่หากเขาจะไม่ขอเธอก็ไม่ขัด
"...อย่าลืมนะคะ"
(จบโรลขอบคุณที่มาเล่นกันนะคะ ขอบคุณที่มาเป็นแขนให้-)
เธอมองแขนที่เขายื่นมาให้ อดคิดไม่ได้ว่าวันนี้คงเป็นวันที่แปลกกว่าทุกวันที่ผ่านมา
ยากิฮิโระไม่ใช่คนที่จะปฏิเสธความหวังดีจากใคร — ให้อยากทำก็ตาม
เธอค่อยๆวางลงบนแขนของเขา ไม่ได้ต้องการพึ่งพาเต็มที่ แค่ต้องการหลักให้มั่นใจว่าตัวเองไม่เดินลำพัง
"ขอบคุณค่ะ"
เสียงเรียบเอ่ยขึ้นเบา ๆ ริมฝีปากคลี่ยิ้มบาง
เธอสูดลมหายใจเบาๆขณะเริ่มก้าวออกจากเงามืดใต้ต้นไม้อย่างระวัง
#THK_COMMU #THK_STORY
04 : ไฟที่จุดไม่ติด
รายละเอียด : bit.ly/4k645PT
ระยะเวลาการเล่นอีเวนต์ : วันที่ 22 - 24 พฤษภาคม (เล่นย้อนหลังได้ตลอดเวลา)
"เดินไปถึงซุ้มของคุณแล้วค่อยแยกก็ได้ค่ะ"
มือของเธอค่อยๆ แตะต้นไม้ด้านหลังเหมือนกำลังหาทางเดินอยู่ แน่นอนว่าเธอจำทางได้ แต่ภาพมันเบลอเท่านั้น
"หรือคุณต้องนำฉันนะ ฉันไม่รู้ว่าซุ้มคุณอยู่ตรงไหน"
“ฉันคงจะเดินช้ามากเลยค่ะ หวังว่าจะไม่ทำให้คุณเบื่อก่อนนะคะ”
เธอหมายความแบบนั้นจริงๆ เพราะทุกก้าวของเธอระวังเป็นอย่างมากเพื่อไม่ให้ล้ม แต่ถึงอย่างนั้น...ก็ยังพยายามเดินไปได้อยู่
กระพริบตาปริบเมื่อได้ยินคำพูดจากปากอีกฝ่ายเธอควรจะชินได้แล้วสินะ แต่ว่า...
"ฉันว่า ฉันไม่มีสิทธิ์อนุญาตให้คุณอยู่หรือไม่อยู่หรอกนะคะ"
"แต่แบบนี้ฉันก็มีเพื่อนอยู่ด้วยเอาแบบนั้นก็ได้ค่ะ"
เธอเอียงคอเล็กน้อยไม่รู้ว่าหมายความตามที่พูดจริงหรือเปล่า เธอแค่กำลังทำตัวให้เป็นปกติ หรืออาจจะกำลังพยายามอยู่
โฮริโคชิเงียบไปพักหนึ่งเหมือนต้องใช้เวลาให้แน่ใจว่าเธอฟังไม่ผิด
"...เดินเที่ยว? ...ได้สิคะ"
แน่นอนว่าถึงแม้จะกลับมามองเห็นแล้ว แต่ยังเห็นภาพไม่ชัด เธอจึงยังไม่ขยับไปไหน
"ตอนนี้ฉันพอจะมองเห็นแล้วคงไม่รบกวนคุณต่อแล้วล่ะค่ะ"
"แต่ถ้าอยากอยู่ต่อ ฉันก็ไม่ขัดหรอกนะ"
เธอพูดอย่างติดตลกแน่นอนว่าไม่ได้จะบังคับอีกฝ่ายและไม่ได้จริงจังขนาดนั้น
"แต่ว่า... คุณคงจะกลับเลยสินะคะ ไม่อยากอยู่เที่ยวงานหน่อยเหรอ?"
ครั้งที่แล้วเขาก็ไม่ไปถึงเธอจะอยากถามแต่ก็รู้ว่าไม่ใช่เรื่องที่จำเป็นต้องรู้
โฮริโคชิไม่พูดอะไร แน่นอนว่าเธอรู้สึกได้ว่าเขาอยู่ตรงนั้น และแค่นั้นก็เพียงพอแล้ว
เมื่อเวลาผ่านไป นัยน์ตาที่เห็นเพียงสีดำว่างเปล่าก็ค่อยๆกลับมามองเห็นอีกครั้ง แต่ยังเป็นภาพเบลออยู่
เธอเงยหน้าขึ้นไปยังจุดที่เขาน่าจะยืนอยู่ กระพริบตาถี่ๆสองสามครั้งแต่นั่นก็ไม่ได้ช่วยให้การมองเห็นกลับมาดีขึ้นได้เร็วกว่านี้
"คุณยังอยู่จริง ๆ ด้วย"
"ขอบคุณนะคะ"
รอยยิ้มผุดขึ้นอย่างเคยชิน แบบเดิมที่มักจะทำเป็นประจำ
หญิงสาวกล่าวพร้อมรอบบยิ้มอีกครั้ง แต่ครั้งนี้เหมือนกับจะตัดสินใจบางอย่างได้แล้ว
"ฉันมองไม่เห็นคะ แค่ตอนนี้"
"ต่ของฉันแพ้แสงสว่างมากๆ เหมือนแสงพลุเมื่อครู่"
"ตอนนี้มันเลยดับไม่ขั่วขณะค่ะ เดี๋ยวก็กลับมาเป็นเหมือนเดิม"
เธอธิบายยาวเหยียด แต่ก็ไม่ได่มีน้ำเสียงสั่นเหมือนก่อนหน้าแล้ว
โฮริโคชิเอียงคอมองอีกฝ่าย เธอฟังจากเสียงก็รู้ได้ว่าคนตรงหน้าอยู่ตรงไหน
"นั่นคงเป็นเหตุผลที่เราได้เจอกันสินะคะ"
เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มอ่อน กลบซ่อนความต่นตระหนกเมื่อครู่ไว้อย่างมิดชิด
"นั่นก็ส่วนหนึ่ง...."
เสียงนั้นเงียบไปราวกับกำลังพิจารณาอะไรอยู่ ก่อนจะถอนหายใจเบาๆ
"คุณคงไม่ใช่คนที่จะพูดไปเรื่อยสินะคะ"
+
"ฉันไม่อยากรบกวนคุณ แต่เสียงรอบ ๆ นี้คงไม่เบาลงถ้าไม่มีคนอยู่ด้วย"
เธอไม่ได้หมายถึงเสียงพลุ คงเป็นเหล่าวิญญาณที่รายล้อมเจ้าตัวก่อนหน้านี้ จะให้เดินกลับเองก็ไม่ได้เพราะเสี่ยงเกินไปจนสุดท้ายก็มาจบแถวนี้ก่อน
"ฉันจะตอบแทนเรื่องวันนี้ทีหลัง"
"อย่าพึ่งไปเลยค่ะ"
เธอไม่ได้กลัว และไม่ได้ขอร้องมันเป็นแค่เสียงเบาๆ เท่านั้น
แต่หากเป็นอย่างที่เขากล่าวจริง ไม่ว่าเสียงจะเบาแค่ไหน เขาก็คงได้ยิน
เธอเพียงแค่ฟัง ไม่ได้พูดอะไร เพราะในตอนนี้รอบด้านที่เสียงพลุเงียบลง เสียงของเขาดังที่สุดแล้ว
"จะบอกว่าเป็นคนที่ใส่ใจคนอื่นดีมั้ยคะเนี่ย"
"แล้วนั่นก็ทำให้คุณเจอฉันสินะคะ"
กล่าวอย่างติดตลกค่อยๆเผยรอยยิ้มออกมาอย่างน้อยมันก็ไม่ได้แย่เสียทีเดียว ทั้งสีหน้ายังดูผ่อนคลายลงเล็กน้อย
เธอดูนิ่งไปนิดหน่อยเมื่อได้ยินตพถามนั้นราวกับไม่คิดว่าเขาจะพูดออกมา แต่ก็พยักหน้ารับเบาๆ
"ไม่ต้องไปหรอกค่ะ"